Click for English version



โรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ
( Age-related Macular Degeneration : AMD )

Ending Blindness
จบสิ้นเสียทีโรคที่ทำให้คนตาบอด





สมณะโพธิรักษ์แห่งสันติอโศกเข้ารับการตรวจรักษาโรคศูนย์กลางจอตาเสื่อม (Wet AMD)


            เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมสภาพของศูนย์กลางการมองที่จอประสาทตา ที่เรียกว่า Macular มักเกิดกับผู้สูงอายุ มากกว่า 50 ปีขึ้นไป

อาการ การมองเห็นในตำแหน่งที่จ้องมองค่อยๆพร่ามัวลงเรื่อยๆจนบอดเฉพาะตรงกลางแต่ลานสายโดยรอบยังมองเห็นได้ดี อาการในระยะแรก เช่น มองเห็นเป็นวงสีเทาดำตรงกลาง หรือเห็นเป็นแสงระยิบระยับ เห็นภาพหรือเส้นตรงบิดเบี้ยว มีความลำบากในการอ่านหนังสือหรือทำงานละเอียดและต้องใช้แสงมากๆช่วย เป็นต้น

จากภาพ จะเห็นรอยปื้นสีเทาดำตรงกลาง และไม้ตีกอล์ฟบิดเบี้ยว

          สาเหตุ เชื่อว่าเกิดจากเส้นเลือดแดงฝอยที่หล่อเลี้ยงจอประสาทตาเสื่อมสภาพ ทำให้ไม่สามารถส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลล์ประสาทตาในบริเวณ Macular ได้พอเพียง

แบบทดสอบโรค AMD ด้วยตนเอง
1. ปิดตาทีละข้าง จ้องมองที่จุดดำตรงกลาง
2. ถ้าเคยใช้แว่นอ่านหนังสือ ให้สรวมแว่นด้วย
3. ดูความคมชัดของเส้นตรง ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
4. ดูขนาดของช่องสี่เหลี่ยมว่าเท่าๆกัน หรือบิดเบี้ยวหรือไม่



โรค AMD มี 2 ชนิด คือ
1. Wet AMD ( Neovascular ) ชนิดนี้พบได้ 10% เกิดจากร่างกายพยายามสร้างเส้นเลือดใหม่เข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ประสาทตาที่ได้รับเลือดไม่พอ แต่เนื่องจากเส้นเลือดใหม่นี้มีความเปราะบาง แตกง่าย เกิดเลือดออกแทรกทำลายเซลล์ประสาทตา ทำให้เกิดอาการสูญเสียสายตาส่วนกลางอย่างรวดเร็ว
การรรักษา โดยการยิงเลเซอร์หรือใช้ยา ( Lucentis หรือ Macugen หรือ Avastin ) เพื่อทำลายหรือหยุดการสร้างเส้นเลือดดังกล่าว แต่ไม่ช่วยให้สายตากลับคืนมาได้ โดยคาดหวังว่าจะหยุดการสูญเสียสายตาต่อไปได้
2. Dry AMD ชนิดนี้พบมากที่สุด คือประมาณ 90% และอาการจะดำเนินไปช้าๆจนศูนย์กลางการมองบอดสนิท
การรักษา ในปัจจุบันยังไม่พบวิธีการรักษา เนื่องจากยังไม่สามารถคิดค้นตัวยาหรือวิธีการที่จะเพิ่มเลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ประสาทตาได้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม จากการค้นพบวิธีรักษาโรคต้อหินด้วยการนวดตา ซึ่งเป็นวิธีเพิ่มเลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ประสาทตา เมื่อนำมารักษาผู้ป่วยโรคAMDชนิดนี้ ประกฎว่าสามารถพลิกฟื้นสายตาให้กลับมาดีขึ้นได้ ดังตัวอย่างผู้ป่วยต่อไปนี้

1. นาย ประสิทธิ์ อินทสังข์ อายุ 66 ปี โทร. 082-3366423 ลูกสาว 085-3697788

ปัญหา ตาพร่ามัวสองข้าง
วันที่ 7 มิ.ย. 2551 การมองเห็นตาขวา 20/100 ตาซ้าย 20/40+2
                                With pin hole ตาขวา 20/50 ตาซ้าย 20/20-1
                                เลนซ์แก้วตา ใสดีทั้งสองข้างไม่มีต้อกระจก
                                จากการตรวจจอประสาทตา Optic disc ตาขวา มี Cupping 0.7 ตาซ้าย 0.6
                                Macular มีความเสื่อมตาขวามากกว่าตาซ้าย
                                ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุชนิด Dry Type
                                เริ่มรักษาด้วยการนวดตา
วันที่ 14 มิ.ย. 2551 หลังจากนวดตาอย่างถูกต้องและขยันนวดตาบ่อยๆ การมองเห็นดีขึ้นมากอย่างชัดเจน
                                  ผลการตรวจการมองเห็น ตาขวา 20/40 ตาซ้าย 20/30-3
                                  With pin hole ตาขวา 20/20-1 ตาซ้าย 20/20-1

2. นาย ประดิษฐ์ แซ่เล้า อายุ 64 ปี

27 มิย 51 มีปัญหาตามัว ตรวจพบว่ามีต้อกระจกและศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม ( Dry AMD ) ตาซ้ายมากกว่าตาขวา
                  VA with pinhole ตาขวา 20/70 ตาซ้าย 20/200
                  เริ่มรักษาด้วยการนวดตา
11 กค 51 VA with pinhole ตาขวา 20/70 ตาซ้าย 20/70
22 กย 51 VA with pinhole ตาขวา 20/30-2 ตาซ้าย 20/70
20 ตค 51 VA with pinhole ตาขวา 20/30-2 ตาซ้าย 20/50

3. นายอดิศร ลิมปนะยิ่งยง อายุ 57 ปี โทร. 02-4768105
อาชีพ พนักงานบริษัทอุตสาหกรรมเครื่องแก้วไทย จำกัด ( TGI )
ประวัติ ทำงานหน้าที่ซ่อมแซม ปรับแต่งและขัดเงาแม่พิมพ์ขวด ต้องใช้แสงจัดในการเพ่งมองทำงาน ทำหน้าที่นี้มา 25 ปี
วันที่ 4 ม.ค. 2550 ตรวจพบสายตาข้างซ้ายผิดปกติ
                   V.A : RE 20/20 LE +Pin hole 20/50 - 1
                   ขยายม่านตา พบว่า ตาซ้ายมีศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อม
                   เริ่มรักษาด้วยการนวดตา
วันที่ 20 ม.ค. 2550 สายตาข้างซ้ายดีขึ้น
                   V.A.: LE +Pin hole 20/40 - 2
วันที่ 17 ก.พ. 2550 สายตาข้างซ้ายดีขึ้นมาก
                   V.A.: LE +Pin hole 20/20 - 1

4. นาย ณรงค์ คีรีสถาพร อายุ 63 ปี โทร. 086-3224819
ประวัติ ตาขวาเห็นเป็นปื้นสีน้ำเงินในบริเวณที่จ้องมอง และเห็นเส้นตรงบิดเบี้ยว เป็นมา 1 สัปดาห์
วันที่ 4 ม.ค. 2550 จากการตรวจ ตาขวาเห็นเพียงระยะ 3 ฟุต
                   VA : RE Fc 3 feet
                      LE 20/100 Pin hole 20/40-2
                  ขยายม่านตา ตรวจพบ Macular บวมเล็กน้อย
                      เริ่มรักษาด้วยการนวดตา
วันที่ 11 ม.ค. 2550 การมองเห็นดีขึ้น แต่เส้นตรงยังดูบิดเบี้ยวอยู่
                   VA : RE 20/50-1
วันที่ 25 ม.ค. 2550 รอยปื้นสีน้ำเงินจางลงเป็นสีเทาจางๆ แต่เส้นยังคงบิดเบี้ยวอยู่เล็กน้อย
                   VA : RE 20/30-2

5. นาง พัฒนา วงษ์พรม อายุ 55 ปี โทร. 02-1934505
ประวัติ ตาขวาเห็นเป็นดวงสีดำในบริเวณที่จ้องมอง ทำให้เห็นพร่ามัวลง บางตรั้งเห็นเป็นระยิบระยับคล้ายปีกผีเสื้อกระพือ และตาสู้แสงไม่ค่อยได้
วันที่ 7 พ.ย. 2549 VA : RE 20/70-1 Pin hole 20/30
                   LE 20/50 Pin hole 20/20-1
                   ขยายม่านตา พบ Macular เสื่อมสภาพ
                   เริ่มรักษาด้วยการนวดตา
วันที่ 14 พ.ย. 2549 ดวงสีดำเริ่มจางลงเป็นดวงสีฟ้าจาง
วันที่ 21 พ.ย. 2549 ยังเห็นเป็นดวงสีฟ้าจาง แต่ตาสู้แสงได้แล้ว
                    ไม่เห็นแสงระยิบระยับแล้ว
วันที่ 2 ม.ค. 2550 ไม่เห็นดวงสีฟ้าแล้ว

6. นาย สันติ นิธิประภา อายุ 64 ปี โทร. 084-4222969(เบอร์ลูกสาว มะปราง), 02-2587956

ประวัติ เห็นเป็นดวงสีเทาดำบังตาซ้ายอยู่ตลอดเวลา และเวลาดูตัวหนังสือจะเห็นขาดๆหายๆ เป็นมาสองเดือน
วันที่ 23 พ.ค. 53 ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค AMD และรับการรักษาด้วยการนวดตา
วันที่ 6 มิ.ย. 53 ดวงสีเทาดำจางลง
วันที่ 4 ก.ค. 53 ดวงสีเทาจางหายไปหมดแล้ว เห็นรายละเอียดใบหน้าคนชัดเจน


7. นาย กิตติ คณะพาณิชย์เกษม ขอนแก่น โทร. 081-9257193

8. นาง ภัคนันท์ ชลารักษ์ อายุ 48 ปี อาชีพ ครู อ.เมือง จ.สระแก้ว โทร. 084-0813650, 037-425460

กลไกการเกิดโรคและการรักษาในปัจจุบัน
( คำอธิบายสำหรับจักษุแพทย์ )



                 การรักษาด้วยวิธี Anti-VEGF ปัจจุบันยังหาจุดสิ้นสุดของการรักษายังไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ คือภาวะ Ischemia ดังนั้น การฉีดยา Anti-VEGF ทุก 3 เดือนไปเรื่อยๆจะคุ้มค่าหรือไม่ และผู้ป่วยจะรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาในระยะยาวได้หรือไม่ เนื่องจากราคายาสูงมาก หากเราสามารถรวม 2 วิธีเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะในกลุ่ม wet-AMD โดยใช้ Anti-VEGF ในระยะแรกจนกระทั่ง New Vessels ฝ่อหมด หลังจากนั้น ใช้วิธีนวดตาต่อไปเพื่อกำจัดภาวะ Ischemia และป้องกัน Neovascularization ที่จะเกิดขึ้นใหม่


โรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมในวัยไม่สูงอายุ
( Non-AMD Macular Degeneration )

                                เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมสภาพของศูนย์กลางการมองที่จอประสาทตา ที่เรียกว่า Macular พบในวัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคน ส่วนใหญ่จะมีอาการและการแสดงเหมือน Dry AMD สาเหตุ ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้อง การรักษา ยังไม่มีวิธีรักษาโดยตรง แต่จากการค้นพบเทคนิกการนวดตาเพื่อเพิ่มระบบไหลเวียนเลือดเข้าไปในลูกตา พบว่าสามารถรักษาโรคนี้ให้มีอาการดีขึ้นและหยุดการดำเนินโรคได้ ดังตัวอย่างผู้ป่วยต่อไปนี้


นางสมใจ ยุทธนากรกุล อายุ 49 ปี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ โทร.081-9086687
ประวัติ มีอาการตามัว 2 ข้างมา 1 เดือนเศษ
เดือน ตุลาคม 2554 มีอาการไอเป็นเลือด ไปตรวจที่รพ.พญาไท 3 พบว่าเป็นวัณโรคเทียม ได้รับการรักษาด้วยยากิน
วันที่ 2 ก.พ. 2555 ตรวจลานสายตาและการมองเห็น ปกติดี ปลายเดือน มีนาคม 2555 เริ่มตามัว
วันที่ 4 เมย. 2555 หยุดยารักษาวัณโรค Ethambutol ตรวจลานสายตา ผลปกติ
วันที่ 11 เมย. 2555 หยุดยาวัณโรคทั้งหมด เนื่องจากการมองเห็นผิดปกติ
วันที่ 15 เมย. 2555 ไปตรวจที่รพ.ไทยจักษุ ไม่พบความผิดปกติ
วันที่ 20 เมย. 2555 ตรวจที่รพ.ศิริราช จักษุแพทย์ไม่แน่ใจว่าตามัวจากยาหรือไม่ และส่งตรวจแพทย์โรคสมอง ก็ไม่พบความผิดปกติ
วันที่ 16 พ.ค. 2555 เข้ารับการรักษาด้วยเทคนิคการนวดตา ระดับการมองเห็น ตาขวา 20/200 (ph 20/100 ) ตาซ้าย 20/200-1 ( ph 20/200-1 ) ตรวจจอประสาทตา พบขั้วประสาทตาฝ่อเล็กน้อย แต่ศูนย์กลางจอตามีร่องรอยเสื่อมลง
วันที่ 21 พ.ค. 2555 ระดับการมองเห็น ตาขวา 20/200+1 (ph 20/100 ) ตาซ้าย 20/100 ( ph 20/100 )
วันที่ 4 มิถุนายน 2555 ระดับการมองเห็น ตาขวา 20/200 (ph 20/70+2 ) ตาซ้าย 20/50-2 ( ph 20/50-1 )
วันที่ 2 ก.ค. 2555 ระดับการมองเห็น ตาขวา 20/70-1 (ph 20/30 ) ตาซ้าย 20/30-1 ( ph 20/30-1 )
วันที่ 8 ส.ค. 2555 ระดับการมองเห็น ตาขวา 20/40-2 (ph 20/20-3 ) ตาซ้าย 20/30+1 ( ph 20/20-1 )
วันที่ 7 ก.ย. 2555 ระดับการมองเห็น ตาขวา 20/30-3 (ph 20/20-1 ) ตาซ้าย 20/20-1 ( ph 20/20-1 )
วันที่ 5 ต.ค. 2555 ระดับการมองเห็น ตาขวา 20/20-3 ตาซ้าย 20/20
วันที่ 7 พ.ย. 2555 ระดับการมองเห็น ตาขวา 20/20 ตาซ้าย 20/20 ใช้ชีวิตได้ปกติ และขับรถเองได้แล้ว

นางสาว สัมริตร์ สุคำภา อายุ 46 ปี โทร 087-913-1286
อาชีพ พนักงานคุมเครื่องปั่นด้าย บริษัท จงสถิตย์ จำกัด
ประวัติ 7 ปีก่อน รู้สึกว่าตาข้างขวาพร่ามัวและเหมือนมีอะไรบังตาเป็นปื้นดำอยู่ด้านบน ช่วงแรกคิดว่าเป็นโรคต้อกระจก ซึ่งเคยทราบว่าต้อกระจกระยะแรกยังไม่จำเป็นต้องรักษา ต่อมาเมื่ออาการมากขึ้นจึงไปตรวจที่ รพ.วัดไร่ขิง จักษุแพทย์แจ้งว่าไม่ได้เป็นโรคต้อกระจก แต่เป็นโรคศูนย์กลางจอประสาทตาเสื่อมและยังไม่มีวิธีรักษา แต่แนะนำให้รับการฉีดสีเพื่อตรวจดูระบบไหลเวียนเลือดของจอประสาทตา แต่ผู้ป่วยปฏิเสธ
21 มี.ค. 2551        ผู้ป่วยมารับการตรวจพบว่า V.A.(การมองเห็น) ตาขวา 20/200 with pin hole 20/100
                                ตาซ้าย 20/70 with pin hole 20/40+2
                                ผลการตรวจจอประสาทตา พบว่ามีความเสื่อมของศูนย์กลางจอประสาทตา ตาขวามากกว่าตาซ้าย ดังรูป

ตาขวา
ตาซ้าย


เริ่มรักษาด้วยการนวดตา
11 เม.ษ. 2551        V.A.(การมองเห็น) ตาขวา 20/70-2 with pin hole 20/70-2
                                ตาซ้าย 20/70 with pin hole 20/30
                                การมองเห็นดีขึ้นชัดเจน และรอยปื้นดำด้านบนของตาขวาหายไปแล้ว
4 ก.ค. 2551            V.A.(การมองเห็น) ตาขวา 20/70 with pin hole 20/40-2
                                ตาซ้าย 20/50+2 with pin hole 20/20+3

สรุป การนวดตาสามารถรักษาโรคทั้ง AMD และ Non-AMD Macular Degeneration ได้ผลอย่างชัดเจนแล้วตามตัวอย่างผู้ป่วยดังกล่าว


โรคจอประสาทตาลอกชนิดบวมน้ำ
( Exudative Retinal Detachment )

                                เป็นภาวะที่มีของเหลวสะสมในช่องว่างระหว่างชั้น Neurosensory ของจอประสาทตา และชั้น Retinal pigment epithelium ( RPE ) ทำให้จอประสาทตาบวมนูนและผิวเรียบ ซึ่งแตกต่างจากจอประสาทตาลอกชนิดที่เกิดจากการฉีกขาด ( Rhegmatogenous retinal detachment ) โดยจะเห็นรอยย่นบนผิวจอประสาทตาที่บวมนูน

กลไกการเกิดโรค
                                ปกติ น้ำจะไหลจากช่องบรรจุวุ้นตาเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดในชั้น Choroid ของลูกตาโดยกลไก osmosis ขณะเดียวกัน เซลล์ในชั้น RPE ก็จะทำหน้าที่ช่วยปั๊มน้ำออกจากน้ำวุ้นลูกตาอีกทางหนึ่งเช่นกัน เมื่อใดที่มีน้ำคั่งค้างในวุ้นตามากกว่าปกติ หรือเซลล์ในชั้น RPE ไม่สามารถปั๊มน้ำออกได้ตามปกติ ก็จะทำให้จอประสาทตาลอกบวมนูนขึ้นมา


การนวดตารักษาโรคจอประสาทตาลอกชนิดบวมน้ำ
                                จากการค้นพบว่าการนวดตาเป็นวิธีการที่สามารถปรับสมดุลย์ระบบน้ำและระบบไหลเวียนเลือดภายในลูกตาได้ จึงได้ทดลองให้การรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาดังกล่าว ผลปรากฎว่าได้ผลดี สามารถทำให้การมองเห็นกลับมาเหมือนเดิมได้ ดังตัวอย่าง

คุณ อรวรรณ พัฒนสารกิจ อายุ 71 ปี โทร. 02-9946664

11 สิงหาคม 2551 ปวดตาขวา และตามัวมา เกือบ 1 เดือน
                                จากการตรวจ VA ( ใส่แว่นสายตา ) ตาขวา 15/200 ตาซ้าย 20/20
                                ตาขวามีต้อกระจกปานกลาง ตาซ้าย ยังไม่มีปัญหาต้อกระจก
                                จอประสาทตา มี Exudative retinal detachment รอยบวมใหญ่กินพื้นที่บริเวณขั้วประสาทตาและบริเวณศูนย์กลางการมองทั้งหมด ( ดังรูป )

ตาขวา
ตาซ้าย

                                เริ่มการรักษาด้วยการนวดตา
วันที่ 14 สิงหาคม 2551 VA ตาขวา 20/200
วันที่ 21 สิงหาคม 2551 VA ตาขวา 20/100 + 2
วันที่ 28 สิงหาคม 2551 VA ตาขวา 20/50
วันที่ 11 กันยายน 2551 VA ตาขวา 20/30 – 2
                                จากการตรวจจอประสาทตา พบว่า รอยบวมยุบราบหมดแล้ว

นาย คำพอง กุศลจิตร อายุ 47 ปี
ผู้ป่วยรักษาที่ รพ.บางกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล
วันที่ 10 มกราคม 2551 มีอาการเจ็บตา ตามัว 2 ข้างมา 3 วัน
                                          จากการตรวจ VA 20/20 ทั้ง 2 ตา
                                          มี Exudative retinal detachment ระยะแรกในบริเวณรอบๆขั้วประสาทตา
วันที่ 13 มกราคม 2551 สายตาการมองเห็นแย่ลงอีก
                                          VA ตาขวา 20/30 ตาซ้าย 20/70
                                          ตรวจพบจอประสาทตาลอกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตาซ้าย รอยบวมล้ำเข้ามาในบริเวณศูนย์กลางการมอง ( Macula area )
                                          ผลการตรวจเลือด ไม่พบสิ่งผิดปกติ
                                          เริ่มทำการรักษาด้วยการนวดตา
วันที่ 21 มกราคม 2551 การมองเห็นดีขึ้นมาก
                                          VA ตาขวา 20/20 – 3 ตาซ้าย 20/30
วันที่ 28 มกราคม 2551 การมองเห็นเกือบปกติแล้ว
                                          VA ตาขวา 20/20 – 1 ตาซ้าย 20/20 – 2
                                          ผลการตรวจจอประสาทตา รอยบวมยุบราบหมดแล้ว


ติดต่อ นพ. สมเกียรติ อธิคมกุลชัย
e-mail somkiatoo@yahoo.com  or  noppadola@hotmail.com

ติดต่อเข้ารับการรักษา ศูนย์ฟื้นฟูประสาทตาและการมองเห็น โรงพยาบาลเอกชัย.
วันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 9.00 น. - 17.00 น. , วันศุกร์ เวลา 9.00 น. - 20.00 น.
โทร. 03-441-7999 หรือสายด่วน โทร. 1715

แก้ไขล่าสุด 08/03/2017

กลับสู่หน้าหลักงานวิจัยของน.พ. สมเกียรติ